โรม่า,มิลานสั่งแบนสื่อดังหลังพาดหัวข่าวฉาว โรม่า,มิลานสั่งแบนสื่อดังหลังพาดหัวข่าวฉาว โรม่า และ มิลาน ประกาศแบน คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต จนหมดปีนี้ หลังจากสื่อเจ้าดังกล่าวขึ้นพาดหัวข่าวสุดฉาว ขณะที่ โรเมลู ลูกากู กับ คริส สมอลลิ่ง ก็ออกมาตำหนิ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต แบบรุนแรง

   อาแอส โรม่า และ เอซี มิลาน 2 ยอดสโมสรแห่งเวที กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศไม่ร่วมงานกับ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของประเทศจนจบปี 2019 หลังจากสื่อเจ้าดังกล่าวขึ้นพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งด้วยคำที่เหมือนจะเหยียดผิว คริส สมอลลิ่ง กองหลังตัวยืมของ "จัลโล่รอสซี่" และ โรเมลู ลูกากู กองหน้าคนเก่งของ อินเตอร์ มิลาน

    ในวันศุกร์ที่ 6 ธันวาคมนี้ อินเตอร์ มิลาน มีคิวเปิดรัง จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า รับมือ โรม่า ซึ่งถือเป็นเกมใหญ่ หลังจากทั้งสองทีมต่างก็เป็นทีมดังของประเทศ และกำลังทำผลงานได้ดีจนอยู่ในอันดับ 1 และ 5 ตามลำดับ ซึ่ง คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต ก็ขึ้นข่าวหน้า 1 เกี่ยวกับเกมนี้ แต่พวกเขากลับใช้ประโยคว่า "แบล็ค ฟรายเดย์" (Black Friday) แถมยังแปะรูปของ ลูกากู และ สมอลลิ่ง เอาไว้ด้วย โดยทั้งคู่ต่างก็เป็นคนผิวสี และถือเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้งของทั้งสองคน หลังจากพวกเขาเคยร่วมงานกันที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาก่อน

    เรื่องดังกล่าวทำให้แฟนบอลหลายคนออกมาตำหนิ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต อย่างรุนแรงว่าทำการเหยียดผิว และทำให้ภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลอิตาลีแย่ลงไปอีก หลังจากซีซั่นนี้ก็เกิดเหตุการณ์เหยียดผิวในลีกสูงสุดของอิตาลีไปแล้วหลายครั้ง อย่างเช่นการที่แฟนบอล กายารี่ เหยียดผิว ลูกากู และสาวก เวโรน่า เหยียดผิว มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอก เบรสชา เป็นต้น โดยถึงแม้ในบทความที่แท้จริงจะมีการพูดถึงการต่อต้านการเหยียดผิว แต่หลายคนก็ยังมองว่าพวกเขาผิดอยู่ดีที่เลือกใช้คำพาดหัวที่ไม่เหมาะสม

    แถลงการณ์จากฝั่งของ โรม่า ที่กล่าวแทน มิลาน ด้วยนั้น ระบุว่า "อาแอส โรม่า และ เอซี มิลาน ขอประณามการเล่นข่าวหน้า 1 ในวันนี้ของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต เราเชื่อว่านักเตะ, สโมสร, แฟนบอล และสื่อจำเป็นต้องรวมพลังกันเพื่อต่อสู้กับการเหยียดผิวในวงการฟุตบอล ซึ่งเราทุกคนก็มีหน้าที่ที่จะต้องเลือกใช้คำและข้อความให้เหมาะสม"

    "เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อการพาดหัวข่าวหน้า 1 ด้วยคำว่า -แบล็ค ฟรายเดย์- ที่ปรากฏบนหนังสือพิมพ์ในวันนี้แล้วนั้น โรม่า และ มิลาน จึงตัดสินใจที่จะสั่งห้ามนักข่าวของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต เข้ามาที่ศูนย์ฝึกซ้อมของพวกเราตลอดทั้งปีนี้ และนักเตะของเราก็จะไม่ทำกิจกรรมใดๆ ก็ตามร่วมกับหนังสือพิมพ์เจ้าดังกล่าวในช่วงเวลาเดียวกันด้วย"

    "ทั้งสองสโมสรตระหนักดีว่าบทความที่เชื่อมกับพาดหัว -แบล็ค ฟรายเดย์- นั้น ที่จริงแล้วมันมีการกล่าวถึงการต่อต้านการเหยียดผิวด้วย ด้วยเหตุนี้ เราเลยแบน คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต จนถึงเดือนมกราคมนี้เท่านั้น (สื่อว่าที่จริงแล้วบทความของ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต มันมีการพูดถึงการต่อต้านการเหยียดผิวด้วย เพียงแต่สื่อเจ้าดังกล่าวใช้คำพาดหัวที่ไม่เหมาะสมจนต้องออกมาตรการแบนพักหนึ่ง) เรายังมุ่งมั่นกับการต่อต้านการเหยียดผิวอย่างเต็มที่"

    ด้าน ลูกากู ออกมาตำหนิ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต อย่างหนักที่พาดหัวข่าวแบบนี้ "แทนที่จะให้ความสำคัญกับการดวลกันของทั้งสองทีม คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต กลับเลือกใช้พาดหัวที่งี่เง่าที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในอาชีพการเล่นของตัวเอง พวกคุณเอาแต่คอยโหมกระแสแง่ลบและประเด็นการเหยียดผิวอยู่ตลอด แทนที่จะพูดถึงเกมที่สวยงามที่จะเป็นการดวลกันระหว่าง 2 ทีมที่ยอดเยี่ยมที่ ซาน ซิโร่ การศึกษาถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ พวกคุณที่ คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต น่าจะทำงานได้ดีกว่านี้นะ ผมขอขอบคุณแฟนบอลทุกคนและนักข่าวรายอื่นๆ ที่ให้กำลังใจผม มาตั้งตารอเกมในวันพรุ่งนี้กันดีกว่า"

    ส่วน สมอลลิ่ง ก็ไม่พอใจกับการกระทำของสื่อเจ้าดังกล่าวเช่นกัน "แม้ว่าผมอยากจะใช้ช่วงเวลาทั้งวันนี้ในการตั้งสมาธิเพื่อเกมนัดสำคัญที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผมต้องบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเลวร้ายมากๆ ผมหวังว่าบรรณาธิการที่เกี่ยวข้องกับการพาดหัวข่าวในฉบับนี้จะแสดงความรับผิดชอบ และเข้าใจถึงพลังที่พวกเขามีผ่านทางคำพูดของพวกเขา รวมถึงเข้าใจถึงผลกระทบที่คำเหล่านั้นอาจส่งผลตามมาด้วย ผมขอขอบคุณ อาแอส โรม่า ที่เป็นกำลังใจให้ผม เอาล่ะ ตอนนี้มาสู้กันดีกว่า"

    ด้าน คอร์ริเอเร่ เดลโล่ สปอร์ต ออกมาตอบโต้กระแสที่ด่าพวกเขาว่าเหยียดผิว ด้วยการขึ้นพาดหัวข่าวหน้า 1 ฉบับล่าสุดว่า "พวกคุณเรียกใครว่าเป็นพวกเหยียดผิวกัน ? พวกคุณมาทำตัวเป็นศาลเตี้ยกับหนังสือพิมพ์ที่ปกป้องเสรีภาพและความเท่าเทียมกันมาเป็นเวลา 1 ศตวรรษเนี่ยนะ"

   ส่วน อิวาน ซาซซาโรนี่ บรรณาธิการของสื่อเจ้าดังกล่าว ออกมาบอกว่าที่จริงแล้วบทความจากพาดหัว "แบล็ค ฟรายเดย์" มันเป็นการยกย่องความแตกต่างกันของเชื้อชาติและสีผิวต่างหาก "สำหรับคนที่อยากทำความเข้าใจ และสามารถเข้าใจความหมายที่แท้จริงนั้น แบล็ค ฟรายเดย์ มันคือการยกย่องความแตกต่าง, ความหลากหลายที่มีอยู่เยอะมาก ถ้าคุณไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงมันก็หมายความว่าคุณตีความไม่แตก หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับมัน แบล็ค ฟรายเดย์ คือการพาดหัวข่าวที่ไม่มีมลทินใดๆ ทัง้นั้น เราปกป้องคุณค่าของกีฬาอย่างเต็มที่มาเป็นเวลาเกือบ 1 ศตวรรษแล้วนะ แต่พาดหัวข่าวของเรากลับถูกเปลี่ยนให้เป็นเรื่องร้ายๆ ด้วยฝีมือของพวกที่เป็นเหมือนจอมวางยาพิษ"

สนับสนุน : UFADOY,UFABET,ข่าวกีฬาวันนี้