หวดแกรนด์สแลม "เฟร้นช์ โอเพ่น" ส่อแข่งขันแบบไม่มีผู้ชม หวดแกรนด์สแลม "เฟร้นช์ โอเพ่น" ส่อแข่งแบบไร้ผู้ชม เทนนิสแกรนด์สแลมที่ 2 ของปี “เฟร้นช์ โอเพ่น” บางครั้งก็อาจจะจะต้องแข่งขันแบบปิดจากพิษเชื้อไวรัสวัววิด-19 แถมได้ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดอีก

      กางร์ที่นาร์ เราดิเชลลี่ ประธานสมาพันธ์เทนนิสที่ประเทศฝรั่งเศส ออกมาสารภาพตอนวันที่ 10 เดือนพฤษภาคม ว่า การประลองเทนนิสแกรนด์สแลมที่ 2 อขงปี  “เฟร้นช์ โอเพ่น” ที่โรทดลองด์ การอส กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส บางครั้งอาจจะจะต้องแข่งแบบไม่มีผู้ชม เพราะเหตุการณ์การแพร่ระบาดของ “วัววิด-19” นั้นภายหลังจากพึ่งประกาศคืนค่าตั๋วเข้าชมที่จัดจำหน่ายล่วงหน้าไปเมื่อไม่กี่วันก่อน รวมทั้งบางครั้งก็อาจจะเลื่อนการแข่งขันชิงชัยออกไปอีก 1 อาทิตย์ เนื่องมาจากระบุเดิมกระชั้นชิดกับศึก “ยูเอส โอเพ่น” มากจนเกินไป

     แต่ก่อนศึกแกรนด์สแลม เฟรนช์ โอเพ่น ปีนี้มีระบุจะหวดกันระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม – 7 ไม่.ย.63 แม้กระนั้นก็จะต้องถูกเลื่อนออกไปเป็นระหว่างวันที่ 20 เดือนกันยายน – 4 ตุลาคม 63 แทน เหตุเพราะการระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อ "วัววิด-19" ในประเทศฝรั่งเศสที่ยังไม่สามารถที่จะจัดงานกิจกรรมต่างได้จนกระทั่งเดือนเดือนกรกฎาคม63 

    ข้าดิเชลลี่ บอกว่า พวกเราไม่เศร้าใจที่ตกลงใจเลื่อนการประลองออกไป และก็ยังไม่ตัดความน่าจะเป็นไปได้สำหรับเพื่อการเปลี่ยนต่างที่อาจจะมีการเกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าสิ่งจำเป็นสำหรับทัวร์นาเมนต์เป็น แมตช์ชิงชัย และก็นักกีฬา แปลว่าจะมีแมตช์แข่งขันที่โรล็องด์ การ์โรส และก็มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ให้ผู้ชมหลายล้านคนทั่วทั้งโลกได้ดู การจัดการชิงชัยในสนามปิดเป็นเยี่ยมในทางเลือกในเชิงธุรกิจ เนื่องจากว่ายังสามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดซึ่งเป็นรายได้กว่า 1 ใน 3 ของรายได้ทั้งปวงของทัวร์นาเมนต์ได้อยู่

    เหตุการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นทำให้ศึกแกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” จะต้องประกาศยกเลิกเป็นครั้งแรกนับจากเหตุสงครามโลก ครั้งที่ 2 ด้วยปัญหาหลายๆประการทำให้ไม่เหมาะสมจะเลื่อนแข่งขัน ในช่วงเวลาที่ศึก “ยูเอส โอเพ่น” ซึ่งระบุแข่งขันระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-13 ก.ย. สมาพันธ์เทนนิสที่สหรัฐในฐานะผู้ครอบครองทัวร์นาเมนต์จะปรึกษาประเด็นการเปลี่ยนใดๆก็ตามที่อาจจะมีการเกิดขึ้นช่วงเวลากลางเดือนเดือนมิถุนายน

      สำหรับเหตุการณ์การแพร่ระบาดของวัววิด-19 ในประเทศประเทศฝรั่งเศสในวันที่ 11 พฤษภาคม63 มีผู้ติดเชื่อทั้งปวง 176,970 ราย , เสียชีวิต 26,380 ราย แล้วก็รักษาหายแล้ว 56,217 ราย